ถั่วเหลืองกับสุขภาพ # 2 (ทางเลือกของคนเบาหวาน)


    เบาหวาน เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังชนิดหนึ่ง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เบาหวานชนิดต้องพึ่งอินซูลิน มักเกิดจาก
พันธุกรรมหรือโรคที่มีการทำลายของอวัยวะที่สร้างอินซูลินคือตับอ่อน อีกชนิดหนึ่งคือ เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน
เบาหวานชนิดหลังนี้ มักเกิดในผู้ใหญ่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากอาหาร ปัจจุบันมีรายงานสมมุติฐานของบาร์เกอร์ว่า "….โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคเบาหวาน อาจเกิดจากการขาดแคลนสารอาหารในครรภ์มารดา ซึ่งกำหนดให้ทารกต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในสภาพที่ขาดแคลน….. " ดังนั้นภาวะโภชนาการของแม่ขณะตั้งครรภ์จึงมีความสำคัญ เพราะส่งผลไปยังลูก เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่

    เบาหวานในผู้ใหญ่หรือเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินสามารถดูแลได้โดยการจัดการเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย หากปล่อยทิ้งไว้มีโอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้มีการทำลายของระบบประสาท ไต และตา ดังนั้นการควบคุมเบาหวานจึงเป็นเรื่องสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่ง

อาหารถั่วเหลืองลดการดูดซึมกลูโคส

     อาหารของผู้ที่เป็นเบาหวาน ควรเป็นอาหารที่มีไขมันต่ำ มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีใยอาหารสูง และโปรตีน ปานกลาง ถั่วเหลืองมีคุณสมบัติเหล่านี้ ดังนั้นจึงเป็นที่สนใจที่จะใช้อาหารถั่วเหลืองสำหรับคนไข้เบาหวาน บทบาทที่สำคัญของถั่วเหลืองก็คือ

  • ถั่วเหลืองอาจช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่กระแสโลหิต
  • โปรตีนในถั่วเหลืองอาจช่วยป้องกันหรือควบคุมภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด จากเส้นเลือดอุดตัน และโรคไต

    การวัดการดูดซึมกลูโคส วัดได้จากปริมาณกลูโคสในเลือดหลังจากการบริโภคอาหาร อาหารต่างชนิดกันมีผลทำให้
ปริมาณกลูโคสในเลือดสูงขึ้นต่างกัน อาหารที่ทำให้ระดับกลูโคสในเลือดไม่สูงมาก เราเรียกว่ามีไกลซีมิคอินเด็กซ์ต่ำ (glycemic index) เมื่อเปรียบเทียบกับการกินขนมปังขาว (ซึ่งถือเป็น 100%) การได้รับอาหารที่มีไกลซีมิคอินเด็กซ์ต่ำจะช่วยควบคุมภาวะเบาหวานได้

    ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่มีไกลซีมิคอินเด็กซ์ต่ำ ทั้งนี้อาจเนื่องจากมีสารไฟเตทและแทนนินซึ่งช่วยชะลอการย่อยแป้งใน
ถั่วเหลือง

ใยอาหารในถั่วเหลือง

    ใยอาหารมี 2 ชนิดคือ ชนิดที่ไม่ละลายน้ำ พบได้ในธัญพืชไม่ขัดสีและผัก ใยอาหารชนิดนี้มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ ช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายดี และลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ ใยอาหารอีกชนิดหนึ่งคือ ชนิดที่ละลายน้ำ พบมากในถั่วต่าง ๆ รวมทั้งถั่วเหลือง ผลไม้ และผักบางชนิด ใยอาหารชนิดนี้จะทำให้การดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสโลหิตช้าลง ดังนั้นจึงควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

โปรตีนในถั่วเหลืองกับภาวะแทรกซ้อนของ

    ผู้ที่เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นจึงควรควบคุมไม่ให้โคเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มสูง การควบคุมอาหารที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ กินอาหารที่มีไขมันต่ำ (โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว) โคเลสเตอรอลต่ำ แต่เพียงเท่านี้อาจไม่เพียงพอ ควรจะมีสิ่งอื่นมาช่วยด้วย มีรายงานการศึกษาพบว่า การใช้โปรตีนจากถั่วเหลืองแทนโปรตีนจากสัตว์ ช่วยลดโคเลสเตอรอล และจะเห็นผลชัดเจนในผู้ที่มีโคเลสเตอรอลสูง ซึ่งสามารถลดโคเลสเตอรอลได้ถึงร้อยละ 10 – 15 ปริมาณโปรตีนจากถั่วเหลืองที่แนะนำที่สามารถลดโคเลสเตอรอลได้คือ 25 กรัมต่อวัน นอกจากนี้ยังพบว่าโปรตีนจากถั่วเหลืองยังสามารถช่วยให้การทำงานของไตในผู้ป่วยเบาหวานบางคนดีขึ้น


ที่มา : บทความมติชน ตอนที่ 11
ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 พ.ย .46
โดย รศ.ดร. ประไพศรี ศิริจักรวาล สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล


<< กลับสู่หน้าหลักสาระเพื่อสุขภาพ >>





© 2546-2551 บริษัท กรีนสปอต จำกัด